สถาปนาราชวงศ์ทิวดอร์ จุดสิ้นสุดของสงครามดอกกุหลาบ

 

สถาปนาราชวงศ์ทิวดอร์ จุดสิ้นสุดของสงครามดอกกุหลาบ

เมื่อ เฮนรี สแตฟฟอร์ด ดยุก แห่งบัคกิงแฮม มีข้อตกลงกับทางฝ่ายแลงคาสเตอร์เพื่อจะเปลี่ยนตัวกษัตริย์เป็นที่เรียบร้อย จึงออกรวบรวมฝ่ายที่มีความคิดเห็นเช่นเดียวกันและเริ่มแผนการถอดถอน ริชาร์ดที่ 3 ลงจากบัลลังก์ กลุ่มที่ยอมร่วมด้วยนั้นส่วนใหญ่เป็นขุนนางที่มีฐานอิทธิพลอยู่ทางภาคใต้ แต่พอมีการนัดหมายที่จะนํากองทัพเข้ามากดดันริชาร์ดที่ 3 ก็เริ่มเกิดความสับสนกันทางการสื่อสารระหว่างกลุ่มต่างๆซึ่งอยู่กันคนละทิศละทาง และยังมีภัยธรรมชาติที่ไม่เข้าข้างอีก

สานสัมพันธ์สายเลือดแห่งแลงคาสเตอร์และยอร์ค

สานสัมพันธ์สายเลือดแห่งแลงคาสเตอร์และยอร์ค

พอแผนการเริ่มต้นขึ้นก็เกิดมีพายุใหญ่และฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมไปทั่วทั้งภาคใต้ เมื่อ เฮนรี สแตฟฟอร์ด เริ่มเคลื่อนทัพออกมา ฝ่ายอื่นๆกลับไม่มีใครเคลื่อนออกมาด้วยตามที่มีการนัดหมายกันเอาไว้แล้ว ส่วนทางฝ่ายยอร์คนั้น จอห์น โฮเวิร์ด ดยุก แห่ง นอร์ฟอร์ค (John Howard Duke of Norfolk) ทราบแผนนี้ก่อนแล้วจึงป้องกันการก่อกบฏครั้งนั้นได้สําเร็จ เฮนรี สแตฟฟอร์ด จึงถูกจับกุมและถูกประหารชีวิตในที่สุด

ในขณะที่ เฮนรี สแตฟฟอร์ด ถูกจับนี้ เฮนรี ทิวดอร์ ยังเพิ่งจะนําทัพจากเวลส์เข้ามาในอังกฤษเท่านั้น เมื่อทราบข่าวจึงรีบนําทัพกลับแล้วหลบไปวางแผนการใหม่ที่ฝรั่งเศส ซึ่ง เอลิซาเบธ วุดวิลล์ ก็ไปลี้ภัยอยู่ที่นั่นด้วย เอลิซาเบธจึงคิดสนับสนุน เฮนรี ทิวดอร์ ขึ้นนั่งบัลลังก์อังกฤษ เพื่อแก้แค้นฝ่ายยอร์ค โดยยกบุตรสาวคือ เอลิซาเบธ แห่ง ยอร์ค (Elizabeth of York) ให้สมรสกับ เฮนรี ทิวดอร์ การสมรสนี้ทําให้ เฮนรี ทิวดอร์ มีสิทธิ์ในการสืบทอดบัลลังก์อังกฤษมากยิ่งขึ้นอีก

สมรภูมิบอสเวิร์ธ ฟิล์ด (Bosworth Field)

สมรภูมิบอสเวิร์ธ ฟิล์ด (Bosworth Field)

ในปี ค.ศ. 1485 เฮนรี ทิวดอร์ เริ่มนําทัพจากฝรั่งเศสข้ามมาอังกฤษ เพื่อหมายล้มบัลลังก์ริชาร์ดที่ 3 เป็นครั้งที่ 2 โดยได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายแลงคาสเตอร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ และ ดยุก แห่ง บัคกิงแฮม (Edward Stafford Duke of Buckingham) บุตรชาย เฮนรี สแตฟฟอร์ด เมื่อมีสัญญาณจาก เฮนรี ทิวดอร์ ทุกฝ่ายจึงมารวมกันทําให้ฝ่าย เฮนรี ทิวดอร์ มีกําลังเพิ่มมากขึ้นอีก การสู้รบครั้งใหม่นี้เริ่มต้นขึ้นที่สมรภูมิบอสเวิร์ธ ฟิล์ด (Bosworth Field) ที่ไลเชสเตอร์เชียร์ (Leicestershire) ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1485

สมรภูมินี้ถือเป็นสมรภูมิปิดฉากสงครามดอกกุหลาบลงที่ฝ่ายแลงคาสเตอร์ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ทิวดอร์ เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ โดยฝ่ายยอร์คนั้นทั้ง ริชาร์ดที่ 3 และ จอห์น โฮเวิร์ด ดยุก แห่ง นอร์ฟอล์ค ต้องจบชีวิตลงกลางสนามรบแห่งนี้ด้วยกันทั้งคู่ การสิ้นพระชนม์ของริชาร์ดที่ 3 ทําให้บัลลังก์อังกฤษสายราชวงศ์ยอร์คต้องสิ้นสุดลงไปด้วยเช่นกัน เพราะริชาร์ดที่ 3 ไร้ทายาท

ทายาทเพียงคนเดียวคือ เอ็ดเวิร์ด แห่ง มิดเดิลแฮม (Edward of Middleham) ก็สิ้นไปก่อนหน้านั้นแล้ว จึงทําให้ยิ่งเป็นการง่ายต่อ เฮนรี ทิวดอร์ ที่จะอ้างสิทธิ์ในการสืบบัลลังก์ และการที่เป็นผู้ชนะศึกในครั้งนั้นก็ไม่มีฝ่ายใดกล้าที่จะต่อต้านอีก และยิ่ง เฮนรี ทิวดอร์ ถือสิทธิ์ในความเป็นคู่สมรสของ เอลิซาเบธ แห่ง ยอร์ค ธิดาในเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ด้วยก็ทําให้มีความชอบธรรมในการอ้างสิทธิ์เป็นผู้สืบทอดมากยิ่งขึ้น

สถาปนาราชวงศ์ทิวดอร์ (Tudor Dynasty)

สถาปนาราชวงศ์ทิวดอร์ (Tudor Dynasty)

เมื่อหนทางทุกเส้นเปิดโล่ง เฮนรี ทิวดอร์ จึงขึ้นนั่งบัลลังก์อังกฤษในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1485 นับเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ใหม่คือ ราชวงศ์ทิวดอร์ (Tudor Dynasty) พระนามว่า เฮนรีที่ 7 (Henry VI) และถือเป็นการสิ้นสุดของสงครามดอกกุหลาบลงที่บัลลังก์ของพระองค์ ึโดยเฮนรีที่ 7 ยังมีดําริให้สลายสงครามดอกกุหลาบต่างสีลงอย่างถาวร ด้วยการให้ราชวงศ์ทิวดอร์ของพระองค์ใช้สัญลักษณ์ราชวงศ์เป็นดอกกุหลาบที่มีทั้งสีแดงและสีขาวรวมไว้ในดอกเดียวเรียกว่า กุหลาบทิวดอร์ (Tudor Rose) โดยถือว่าพระองค์เป็นตัวแทนแลงคาสเตอร์ ส่วนราชินีก็คือตัวแทนยอร์ค

แต่การใช้เพียงแค่สัญลักษณ์แห่งความสมานฉันท์เช่นนี้ไม่ได้ทําให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นได้ในชั่วพริบตา เพราะฝ่ายสูญเสียอํานาจคือฝ่ายยอร์คนั้นยังคงไม่ยอมหยุดความพยายามที่จะช่วงชิงบัลลังก์กลับคืนมาอีก จึงมีการก่อเหตุเพื่อทวงบัลลังก์ให้แก่ทางฝ่ายยอร์ค ทั้งในนามของริชาร์ดที่ 3 และ จอร์จ แห่ง คลาเรนซ์ รวมถึงเจ้าชายแห่งหอคอยขึ้นอีกหลายครั้ง

โดยมีกบฏครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1487 สืบเนื่องจากกรณี จอห์น เดอ ลา โพเล เอิร์ล แห่ง ลินคอล์น (John de la Pole Eart of Lincoln) ไปนําเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อ แลมเบิร์ต ซิมเนล (Lambert Simnel) มาอ้างตัวว่าเป็น ริชาร์ด ดยุก แห่ง ยอร์ค 1 ใน 2 ของเจ้าชายแห่งหอคอยผู้สาบสูญ และอ้างสิทธิ์ในบัลลังก์ แต่ภายหลังก็ถูกปราบปราม

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่คล้ายกันเกิดขึ้น ในปี ค.ศ. 1491 เมื่อมีผู้อ้างตนว่าเป็น ริชาร์ด ดยุก แห่ง ยอร์ค อีกผู้หนึ่งชื่อ เพอร์กิน วอร์เบ็ค (Perkin Warbeck) ซึ่งในครั้งหลังนี้มีกษัตริย์เจมส์ที่ 4 แห่ง สกอตแลนด์ (James IV of Scotland) เป็นผู้ที่สนับสนุนให้เกิดการกบฏขึ้น แต่ก็ถูกปราบลงได้อีกเช่นกัน

จากกรณีต่างๆเหล่านี้ เฮนรีที่ 7 จึงตัดสินใจจัดการถอนรากถอนโคนตระกูลที่พระองค์ไม่ไว้ใจลงไปจนหมด เพื่อไม่ให้ลุกขึ้นมาเป็นเสี้ยนหนามของราชวงศ์ทิวดอร์ได้อีก ตระกูลใหญ่ๆจึงมักเหลือเพียงผู้สืบสกุลที่เป็นหญิงเท่านั้น นับเป็นการช่วงชิงบัลลังก์อย่าง นองเลือดที่สุดอีกครั้งบนแผ่นดินอังกฤษ การตัดรากถอนโคนในสมัย เฮนรี ที่ 7 นี้ยังทําให้ประวัติศาสตร์อังกฤษบันทึกไว้ด้วยว่ายุคสมัยของ เฮนรี ที่ 7 นับเป็นยุคสุดท้ายของการผลัดเปลี่ยนบัลลังก์ที่เกิดขึ้นมาจากการต่อสู้ทํา สงครามกันอีกด้วย

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet