สมรภูมิรบ ณ หมู่บ้านทาวตัน การปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุดในสงครามดอกกุหลาบ

สมรภูมิรบ ณ หมู่บ้านทาวตัน การปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุดในสงครามดอกกุหลาบ

การปะทะกันครั้งใหม่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งชื่อทาวตัน (Towton) ในยอร์คเชียร์ สมรภูมิครั้งนี้นับเป็นการปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุดในสงครามดอกกุหลาบ โดยมีการโถมกําลังทั้งสองฝ่ายเพื่อรบกันให้แตกหัก ซึ่งประมาณกันว่ามีการโถมกําลังทหารทั้งสองฝ่ายรวมกันประมาณ 8 ถึง 9 หมื่นนาย และมีการสูญเสียชีวิตลงไปเกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อการสู้รบยุติลงฝ่ายยอร์คก็เป็นฝ่ายมีชัย ส่วนฝ่ายแลงคาสเตอร์ต้องหนีกลับไปทางตอนเหนือแล้วข้ามเข้าสู่สกอตแลนด์อีกครั้ง

ทั้งเฮนรีที่ 6 มาร์กาเรต แห่ง อังจู และ เอ็ดเวิร์ด แห่ง เวสต์มินเตอร์ (Edward of Westminster) รัชทายาท ได้รับการต้อนรับสู่ราชสํานักของเจมส์ที่ 3 แห่งสกอตแลนด์ (James II of Scotland) กษัตริย์สกอต และพํานักอยู่ที่นั่นอย่างปลอดภัย

ตระกูลยอร์คยึดบัลลังก์จากแลงคาสเตอร์โดยสมบูรณ์

ตระกูลยอร์คยึดบัลลังก์จากแลงคาสเตอร์โดยสมบูรณ์

แม้เอ็ดเวิร์ดที่ 4 จะขึ้นนั่งบัลลังก์อังกฤษโดยสมบูรณ์แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าสงครามดอกกุหลาบจะสิ้นสุดลงด้วย เพราะกองทัพของฝ่ายแลงคาสเตอร์ ยังคงปักหลักอยู่ตอนเหนือติดกับสกอตแลนด์ ซึ่งฝ่ายยอร์คยังคงไม่สามารถผลักดันออกไปได้ และพร้อมที่จะกลับมาก่อสงครามได้อีกทุกเมื่อ โดยเฉพาะเขตแดนทางตอนเหนือของอังกฤษอีกหลายเขตนั้นยังคงภักดีกับฝ่ายแลงคาสเตอร์อยู่ แม้จะถูกบังคับให้สาบานตนว่าจะจงรักภักดีกับกษัตริย์องค์ใหม่แล้วก็ตาม

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1464 ก็เกิดเหตุจลาจลขึ้นหลายแห่งพร้อมกันบริเวณตอนเหนือ โดยที่ผู้อยู่เบื้องหลังการทําให้เกิดเหตุจลาจลขึ้นนั้น เชื่อว่าเป็นขุนนางซึ่งยังคงภักดีกับฝ่ายแลงคาสเตอร์อยู่ นั่นเอง เอ็ดเวิร์ดที่ 4 จึงมีบัญชาให้ จอห์น เนวิลล์ มาร์ควิส แห่งมองตาก John Neville Marquess of Montagu) นําทัพไปปราบ

ทางด้านฝ่ายแลงคาสเตอร์จึงถือโอกาสยกทัพเข้าโจมตีฝ่ายยอร์ค 2 ครั้งใน 2 สัปดาห์ ระหว่างเดือนเมษายนกับพฤษภาคม ค.ศ. 1964 ที่ เฮดจ์ลีย์ มอร์ (Hedgeley Moor) และ เฮกซ์แฮม (Hexham) ในนอร์ธัมเบอร์แลนด์ (Northumberland) ซึ่งทั้ง 2 ครั้งฝ่ายยอร์คมีชัย ส่วนแม่ทัพฝ่ายแลงคาสเตอร์ คือ เฮนรี โบฟอร์ด ดยุค แห่ง ซอมเมอร์เซ็ต (Henry Beaufort Duke of Somerset) ถูกจับกุมและถูกประหาร

ในปี ค.ศ. 1945 กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 4 ได้หันไปใช้วิธีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสกอตแลนด์ เมื่อเฮนรีที่ 6 ล่วงรู้สัญญาณนี้ก็เกรงว่าสกอตแลนด์จะส่งตัวพระองค์แก่อังกฤษ จึงข้ามเข้ามาในเขตแดนอังกฤษ แต่ก็ถูกจับกุมตัวได้และถูกส่งไปคุมขังไว้ที่หอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London) ส่วนในด้านของ มาร์กาเรต แห่ง อังจู และโอรส เอ็ดเวิร์ด แห่ง เวสต์มินเตอร์ นั้นหลบหนีไปอยู่ที่ฝรั่งเศส สถานการณ์นี้จึงทําให้ฝ่ายที่ยังคงภักดีต่อแลงคาสเตอร์ทางตอนเหนือจําต้องยินยอมศิโรราบต่อเอ็ดเวิร์ดที่ 4 อย่างสิ้นเชิง

ส่วนพวกที่เหลือซึ่งปักหลักอยู่ในเวลส์นั้นกว่าคิดจะยินยอมจํานนได้นั้นก็ล่วงเข้าถึงปี ค.ศ. 1468 ทําให้ฝ่ายยอร์คสามารถจะยึดครองอํานาจเหนืออังกฤษได้ทั้งหมดในปีนั้น แต่ก็ใช่ว่าสงครามดอกกุหลาบจะจบลงได้อีก เนื่องจากเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ยังไม่สามารถทําให้สภามอบโทษประหารแก่เฮนรีที่ 6 ได้ และฝ่าย มาร์กาเรต แห่ง อังจู ก็ยังคงพยายามฟื้นฟูกําลังและสร้างกองทัพของตนขึ้นมาใหม่อยู่ที่ฝรั่งเศสอีกครั้ง เพื่อที่จะกลับมาทําสงครามรอบต่อไป

ความขัดแย้งภายในตระกูลยอร์ค

ริชาร์ด เนวิลล์ เอิร์ล แห่ง วอร์วิค (Richard Neville Earl of Warwick)

ขณะที่สงครามดอกกุหลาบสงบลงชั่วคราวนั้นบัลลังก์ของ เอ็ดเวิร์ดที่ 4 ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นภายในจนได้ เมื่อเกิดความขัดแย้งกันเองระหว่าง ริชาร์ด เนวิลล์ เอิร์ล แห่ง วอร์วิค (Richard Neville Earl of Warwick) บุตรของ ริชาร์ด เนวิลล์ ผู้พ่อที่มีบทบาทสูงในสมัย ริชาร์ด แห่ง ยอร์ค และ จบชีวิตลงพร้อมกันที่สมรภูมิเวคฟิลด์

ริชาร์ด เนวิลล์ ผู้บุตรนี้ได้รับฉายาว่า “ผู้สร้างกษัตริย์ (The King Maker)” เนื่องจากเป็นตัวแปรสําคัญที่ทําให้ เอ็ดเวิร์ดที่ 4 ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์สําเร็จ ริชาร์ด เนวิลล์ ผู้บุตรนี้จึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อบัลลังก์ของ เอ็ดเวิร์ดที่ 4 และคนในตระกูลเนวิลล์ต่างก็ขึ้นมาสร้างอิทธิพลในราชสํานักกันจนถ้วนทั่วด้วยเช่นกัน จนในที่สุดจึงมีความไม่ลงรอยกันระหว่าง เอ็ดเวิร์ดที่ 4 และ ริชาร์ด เนวิลล์ เกิดขึ้น

เริ่มขึ้นจากช่วงก่อนที่ เอ็ดเวิร์ดที่ 4 จะขึ้นเป็นกษัตริย์นั้น ริชาร์ด เนวิลล์ รับหน้าที่เป็นผู้ไปเจรจากับฝ่ายที่สนับสนุนแลงคาสเตอร์ในฝรั่งเศสเพื่อให้เปลี่ยนมาสนับสนุนฝ่ายยอร์ค โดยสัญญากับทางฝรั่งเศสว่าจะช่วยให้กษัตริย์ เอ็ดเวิร์ดที่ 4 อภิเษกกับเจ้าหญิงฝรั่งเศสให้สําเร็จ แต่พอกลับถึงอังกฤษนั้นก็ปรากฏว่า เอ็ดเวิร์ดที่ 4 ได้สมรสกันอย่างลับๆกับ เอลิซาเบธ วูดวิลล์ (Elizabeth Woodville) ผู้ที่เป็นแม่ม่ายของนายทหารฝ่ายแลงคาสเตอร์ซึ่งเสียชีวิตในสมรภูมิมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว

เรื่องนี้เป็นมุมมองที่แตกต่างกันแต่ถือเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายยอร์คด้วยกันทั้งสองด้าน โดย เอ็ดเวิร์ด ที่ 4 มองว่าการสมรสกับคนตระกูลวูดวิลล์ที่มีความสําคัญในฝ่ายแลงคาสเตอร์ จะทําให้ฝ่ายยอร์ค ได้ประโยชน์กว่า แต่เรื่องนี้กลับสร้างความไม่พอใจให้แก่ ริชาร์ด เนวิลล์ ตลอดมา เพราะเขารู้สึกเสียหน้าที่ต้องกลายเป็นคนตระบัดสัตย์ซึ่งให้ไว้กับฝ่ายฝรั่งเศส

กระทั่งต่อมาก็สร้างความไม่พอใจให้แก่เขาขึ้นอีกครั้ง เมื่อ เอ็ดเวิร์ดที่ 4 ปฏิเสธการสมรสระหว่างอนุชาของพระองค์กับบุตรสาวของเขา ซึ่ง ริชาร์ด เนวิลล์ เชื่อว่ามาจากคํายุยงของตระกูลวูดวิลล์ จนในที่สุด ริชาร์ด เนวิลล์ จึงเริ่มคิดที่จะโค่นล้มบัลลังก์ของ เอ็ดเวิร์ดที่ 4 ลงเสีย จนกลายเป็นศึกสงครามภายในระหว่างฝ่ายยอร์คด้วยกันเอง (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet