แรกนาร์ โลดบลอก (Ragnar Lodbrok) ชาวไวกิงส์คนแรกที่บุกเกาะอังกฤษ

ตำนาน แรกนาร์ โลดบลอก (Ragnar Lodbrok) ชาวไวกิงส์ผู้ยิ่งใหญ่ ตอนที่ 1

ชาวไวกิงส์ (Vikings) คือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในแถบสแกนดิเนเวีย (Scandinavia) ทางตอนเหนือของยุโรป หรือบริเวณที่ตั้งของ 3 ประเทศในปัจจุบัน คือ สวีเดน เดนมาร์ก และนอร์เวย์ คนกลุ่มนี้สืบเผ่าพันธุ์มาจากชนเชื้อสายเยอรมันที่ถือเป็นต้นธารของเชื้อสายต่างๆมากมายในยุโรป คําว่า “ไวกิง (Viking)” จะมีที่มาอย่างไรนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่อย่างกว้างขวาง

มีทฤษฎีมากมายที่เชื่อว่าเป็นที่มาของคําว่า ไวกิง เช่น เชื่อว่ามาจากชื่อชุมชนโบราณแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ คือ ไวเคน (Viken) ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ในยุคที่ไวกิงรุ่งเรือง แต่บ้างก็ว่ามาจากคําว่า ไวแคน (Wikan) ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันเก่า หมายถึงท่วงท่าในการพายเรือโยกไปแล้วโยกกลับ

วิถีชีวิตของชาวไวกิงส์ (Vikings)

วิถีชีวิตของชาวไวกิงส์ (Vikings)

ชาวไวกิงนั้นมีวิถีชีวิตผูกติดกับเรือและมหาสมุทร การพายเรือจึงเป็นเสมือนกับกิจวัตรประจําวันของพวกเขาด้วย แต่ก็มีการโต้แย้งว่าคํานี้น่าจะมาจากคนภายนอกเรียกพวกเขามากกว่า ซึ่งน่าจะเป็นชาวอังกฤษในสมัยโบราณเรียกคนที่เดินทางมาจากทางเหนือและเข้าปล้นชิงพวกเขาว่า ไวซิง (Wicing) ที่ในภาษาอังกฤษเก่าหมายถึง โจรสลัด แต่บ้างก็ว่าหมายถึง นักรบคนเถื่อน ซึ่งก็เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ชาวอังกฤษในยุคโบราณเรียกผู้รุกรานจากตอนเหนือนี้ในเชิงดูแคลน

ชาวไวกิงมียุครุ่งเรืองสูงสุดอยู่ในราวช่วงศตวรรษที่ 9 ถึงศตวรรษที่ 11 คนกลุ่มนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า นอร์สแมน (Norseman) ที่แปลว่าคนจากตอนเหนือนั่นเอง ชาวไวกิงได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งทะเลเหนือ เนื่องจากใช้ชีวิตส่วนใหญ่กับทะเล โดยเฉพาะย่านทะเลเหนือ (North Sea) ที่ตั้งอยู่ บริเวณแอตแลนติกเหนือระหว่างอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และสแกนดิเนเวีย

ไม่ว่าจะเป็นการดํารงชีวิตหรือการค้าขาย คนกลุ่มนี้จึงเป็นนักเดินเรือที่ช่ำชองมาก แม้เรือของชาวไวกิงจะไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่โตเหมือนกับเรือเดินสมุทรทั่วไปก็ตาม และค่อนข้างจะเล็กหากเทียบ กับเรือเดินสมุทรของชาติต่างๆในยุคสมัยเดียวกัน แต่เรือของไวกิงสามารถเดินเรือในย่านน้ำลึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ที่เรือลําขนาดไม่ใหญ่มากของชาวไวกิงสามารถแล่นฝ่าคลื่นลมแรงกลางมหาสมุทรได้ ซึ่งชาวไวกิงได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเดินเรือทางไกลของพวกเขามาแล้ว

ในช่วงที่พวกเขาแผ่ขยายอิทธิพลไวกิงออกไปไกลถึงอังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปน หรือแม้แต่ทวีปอเมริกาเหนือก็ตาม ชาวไวกิงยังสามารถนําเรือของพวกเขาบุกข้ามฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปยึดครองดินแดนแถบนั้นมาแล้วเช่นกัน ศักยภาพในการเดินเรือหรือแม้แต่เทคโนโลยีการประดิษฐ์เรือขนาดเล็กแต่แข็งแรงของชาวไวกิง จึงเป็นความมหัศจรรย์จนถึงทุกวันนี้ 

แรกนาร์ โลดบลอก (Ragnar Lodbrok) ชาวไวกิงส์ผู้ยิ่งใหญ่

แรกนาร์ โลดบลอก (Ragnar Lodbrok) ชาวไวกิงส์ผู้ยิ่งใหญ่

หากจะกล่าวถึงชาวไวกิงแล้ว ก็ต้องกล่าวถึงประวัติศาสตร์หน้าแรกซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าสําคัญของชาวไวกิงอันเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสมัยไวกิง หรือยุคที่ชาวไวกิงแผ่ขยายอิทธิพลออกไปยังที่ต่างๆที่ไกลไปจากถิ่นฐานเดิมของตนในสแกนดิเนเวีย ฝ่าข้ามทะเลลึกออกไปยึดครองแผ่นดิน แห่งแรกที่พวกเขายังไม่เคยเดินทางไปถึงมาก่อนก็คือแผ่นดินอังกฤษ และชาวไวกิงคนแรกที่เป็นผู้นําของกลุ่มไวกิงกลุ่มแรกบุกขึ้นไปบนเกาะอังกฤษก็คือ แรกนาร์ โลดบลอค (Ragnar Lodbrok) ผู้ถูกเรียกว่าเป็นฝันร้ายของชาวอังกฤษในยุคสมัยนั้น

แม้ว่า แรกนาร์ โลดบลอค จะไม่สามารถยึดครองอังกฤษได้โดยสมบูรณ์ในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ แต่เขาก็คือผู้พิชิตทะเลลึกได้เป็นคนแรก และสามารถพาชาวไวกิงเดินทางออกจากถิ่นฐานของตนไปยังแผ่นดินอื่นที่ไกลออกไปได้สําเร็จเป็นคนแรกเช่นกัน ซึ่งถ้าหากไม่มี แรกนาร์ โลดบลอค เป็นผู้พาชาวไวกิงกลุ่มหนึ่งเดินทางออกสู่ทะเลลึกสําเร็จมาตั้งแต่ครั้งนั้นแล้ว ก็คงไม่มีชาวไวกิงคนใดกล้าคิดจะเดินทางออกจากถิ่นฐานของพวกเขาสู่ทะเลลึกด้วยเรือเล็กเลยก็เป็นได้ หรือถ้าหากมีก็คงต้องทอดเวลาเนิ่นนานออกไปอีกมาก และอาจเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของชาวไวกิงในยุคแผ่ขยายอํานาจซึ่งอาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงไป หรืออาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ทรงอํานาจอย่างที่หน้าประวัติศาสตร์บันทึกเอาไว้ก็เป็นไปได้ด้วยเช่นกัน

แรกนาร์ โลดบลอค เป็นบุตรชายคนโตของ ซิเกอร์ด ฮริง (Sigurd Hring) กษัตริย์แห่งสวีเดนในช่วงปี ค.ศ. 770 ถึง 804 ซึ่งมีบุตร 3 คน คนรองคือ กัดเฟรด (Gudfred) ผู้ครองเดนมาร์ก (Denmark) และคนเล็กคือ รอลโล (Rollo) ผู้ครองนอร์มังดี (Normandy) ส่วนแรกนาร์นั้นครอง สวีเดนต่อจากบิดา ซิเกอร์ด ฮริง บิดาของแรกนาร์นั้นครองสวีเดนมานานหลายชั่วอายุคน ต่อมาภายหลังสามารถจะเอาชนะกษัตริย์เดนมาร์กสําเร็จจึงได้ครองเดนมาร์กอีกแห่ง และต่อมาบัลลังก์สวีเดนก็ตกเป็นของแรกนาร์ ส่วนเดนมาร์กตกเป็นของกัดเฟรด สําหรับรอลโลน้องคนเล็กนั้นยังไม่ได้บัลลังก์ แต่ภายหลังลงไปครองนอร์มังดี ฝรั่งเศส หลังจากแรกนาร์พาชาวไวกิงบุกกรุงปารีส ฝรั่งเศส

ก่อนหน้าสมัยของ แรกนาร์ โลดบลอค นั้นชาวไวกิงได้แต่เดินทางในย่านทะเลบอลติกข้ามไปมาระหว่าง 2 ฝั่งทะเลเท่านั้น ยังไม่เคยเดินทางออกไปจนถึงทะเลลึกในย่านทะเลเหนือ เนื่องจากเรือของชาวไวกิงเป็นเรือเล็กสําหรับพายเลียบชายฝั่งทะเล และฝีพายชาวไวกิงก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการพายเรือออกสู่ทะเลลึกที่มีคลื่นลมแรง กระทั่งมาถึงสมัยของแรกนาร์นั่นเอง จึงเริ่มมีความคิดฝันจะเดินทางออกจากย่านทะเลบอลติกไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเขาเคยได้ยินเรื่องมาจากนักเดินทางว่ามีแผ่นดินที่ร่ำรวยด้วยสมบัติพัสถานตั้งอยู่ เขาไม่ทราบแน่ชัดว่าแผ่นดินนั้นมีชื่อเรียกว่าอะไร แต่ก็ต้องการเดินทางไปสัมผัสด้วยตาของตัวเอง จึงเริ่มคิดวางแผนจะพาคนเดินทางไปถึงที่นั่น

โดยแรกที่เดียวไม่มีใครกล้าเดินทางไปกับเขา เนื่องจากไม่เคยมีชาวไวกิงคนใดเคยเดินทางไปทางทะเลตะวันตกที่ไกลไปจากแผ่นดินหรือเกาะแก่งในย่านนั้นมาก่อน แต่ในภายหลังแรกนาร์ก็สามารถรวบรวมคนจํานวนหนึ่งพร้อมเรือหลายลําออกเดินทางไปทางทิศ ตะวันตกจนกระทั่งไปถึงเกาะอังกฤษได้สําเร็จ

ตามประวัติกล่าวว่า แรกนาร์ โลดบลอค สมรส 3 หน ในหนแรกนั้นสมรสกับนักรบหญิงที่ชาวไวกิงเรียกว่า “หญิงถือโล่ (Shieldmaiden)” นามว่า ลาเกอธา (Lagertha) นักรบหญิงแห่งนอร์เวย์ แรกนารพบนางตอนที่นอร์เวย์ถูกสวีเดนบุกโจมตีจนกษัตริย์นอร์เวย์ถูกสังหาร ผู้ชายถูกขายเป็น ทาส ส่วนหญิงสาวจํานวนมากถูกนําไปเป็นนางบําเรอ ลาเกอร์ธาร์ร่วมอยู่ในกลุ่มนักรบหญิงที่กําลังต่อสู้อย่างอาจหาญแต่กําลังจนมุม แรกนาร์จึงได้เข้าไปช่วยนางและหลบหนีมาด้วยกัน ซึ่งต่อมาทั้งสองก็ตกหลุมรักกัน นางมีบุตรชายกับแรกนาร์คนหนึ่งคือ ฟริดลีฟ (Fridleif) กับบุตรสาวอีก 2 คน ไม่ทราบชื่อ แต่ต่อมาภายหลังแรกนาร์หย่ากับลาเกอธาร์เพื่อไปสมรสกับ โธรา โบร์การ์ยอร์ต (Thora Borgarhjort) บุตรสาวของเจ้าครองแคว้นโกธาแลนด์ (Gotaland) แคว้นทางตอนใต้ของสวีเดนในช่วงระหว่างที่เกิดสงครามกลางเมืองเพื่อผลทางการเมือง

ตามตํานานเล่าว่าบิดาของโธรานั้นให้อสรพิษไว้คอยปกป้องเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มคนไหนเข้าใกล้นางได้ แรกนาร์นั้นต้องการผูกสัมพันธ์กับบิดานางเพื่อหมายได้เป็นพันธมิตร จึงหาอุบายจะสังหารอสรพิษลงให้ได้โดยสวมถุงเท้าหนังสูงถึงต้นขาเพื่อกันพิษงู เมื่อเดินเข้าไปหาฝูงอสรพิษ พวกมันจึงฉกได้แต่เพียงแค่ถุงเท้าหนังเท่านั้น คมเขี้ยวของมันไม่สามารถกัดทะลุถุงเท้าได้ แรกนาร์จึงสังหารอสรพิษจนหมดสิ้น จากนั้นก็ได้นางมาครอง

โธรามีบุตรชายกับแรกนาร์อยู่ 2 คนคือ ไอริเคอร์ (Eirikr) และแอคนาร์ (Agnar) แต่ภายหลังโธรา ก็เสียชีวิตลงจากอาการเจ็บป่วย แรกนาร์สมรสเป็นครั้งที่ 3 กับแอสลอก (Aslaug) บุตรสาวของ ซิเกอร์ด (Sigurd) วีรบุรุษในตํานานไวกิงผู้ปราบมังกรที่สร้างความทุกข์เข็ญให้แก่ผู้คนกับ บรินฮิลด์ร (Brynhildr) นักรบหญิงผู้เป็นวาลคิรี (Valkyrie) หรือเทพธิดานักรบผู้รับใช้ โอดิน (Odin) บิดรเทพของชาวเหนือ และแอสลอกนี้เองที่เป็นผู้ให้กําเนิดบุตรชายทั้ง 5 คนของแรกนาร์ ที่ภายหลัง เป็นผู้รับสืบทอดการขยายเขตแดนไวกิงออกไปตามดินแดนห่างไกลต่างๆ ตั้งแต่อังกฤษ ฝรั่งเศส จนถึงสเปน คือ บียอร์น ไอร์ออนไซด์ (Bjorn Ironside) หรือ บียอร์น บุรุษเหล็ก ไอวาร์ เธอะ โบนเลสส์ (Ivar the Boneless) หรือ ไอวาร์ ไร้กระดูก ฮวิตแซร์ค (Hitserk) อุบบา (Ubba) และ ซิเกอร์ด สเนค อาย (Sigurd Snake Eye) หรือ ซิเกอร์ด ตาอสรพิษ

ไวกิงส์คนแรกที่บุกขึ้นเกาะอังกฤษ

ไวกิงส์คนแรกที่บุกขึ้นเกาะอังกฤษ

แรกนาร์เริ่มนํานักรบไวกิงกลุ่มแรกเดินทางข้ามทะเลเหนือเพื่อบุกเกาะอังกฤษในราวช่วงศตวรรษที่ 8 โดยบุกขึ้นที่เกาะลินดิสฟาร์น (Lindisjarne) ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งนอร์ธัมเบอร์แลนด์ (Northumberland) ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษในปี ค.ศ. 793 อันเป็นสถานที่ตั้ง อารามศักดิ์สิทธิ์ของแคว้นนอร์ธัมเบรีย (Northumbria) ในช่วงเวลานั้น และนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทําให้ชาวอังกฤษเรียกชาวไวกิงว่า “คนนอกศาสนา (Heathen Men)”

เนื่องจากชาวไวกิ่งได้เข้าปล้นชิงเอาสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาคริสต์และเครื่องใช้ไม้สอยที่ทําด้วยทองคําไปจนหมดสิ้น แล้วยังเผาทําลายโบสถ์อารามจนวอดวายลงไปทั้งหมด รวมถึงเข่นฆ่าสังหารพระและบิชอปประจําอารามลงจนหมดสิ้นอีกด้วย การบุกเกาะอังกฤษครั้งแรกของชาวไวกิงจึงถูกชาวอังกฤษกล่าวหาว่าเป็นพวกสาวกปีศาจ

แรกนาร์นําชาวไวกิงบุกอังกฤษเป็นครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 840 โดยครั้ง นี้เขาต้องการที่จะบุกออกไปให้ไกลจากนอร์ธัมเบรีย เพื่อต้องการจะสํารวจความสมบูรณ์ของแผ่นดินอังกฤษ ซึ่งสามารถบุกจากนอร์ธัมเบรียผ่านไปถึงเมอร์เซีย (Mercia) โดยไปสิ้นสุดลงที่เวสเสกซ์ (Wessex) ทางทิศใต้ของ อังกฤษได้อีกด้วย อังกฤษเวลานั้นถูกยึดครองโดยชาวแองโกล-แซกซอน (Anglo-Saxon) ซึ่งเป็นชนเชื้อสายเยอรมันอีกกลุ่มหนึ่งคือชาวแซกซอน (Saxon) ที่อพยพข้ามมาจากแคว้นแซกซอนบริเวณริมทะเลเหนือ หรือที่ตั้งประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน

ชาวแซกซอนอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่บริเวณเกาะอังกฤษนี้ตั้งแต่ราวช่วงศตวรรษที่ 5 เป็นต้นมา และก่อตั้งอาณาจักรของตนขึ้นแบ่งเป็น 4 อาณาจักร คือ นอร์ธัมเบรีย เมอร์เซีย เวสเสกซ์ และ อีสต์ แองเกลีย (East Anglia) จึงเรียกคนกลุ่มนี้ว่าแองโกล-แซกซอน หรือชาวแซกซอนผสมอังกฤษ เมื่อเข้ามาก่อตั้งอาณาจักรของตนและยอมรับนับถือศาสนาคริสต์แทนศาสนาซึ่งมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าและภูตผีแบบชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมแล้ว จึงเริ่มต้นสร้างระบบสร้างศิลปะและวัฒนธรรมของตนจนเป็นล่ำเป็นสันขึ้น

เมื่อชาวไวกิงซึ่งเป็นชนเผ่าที่ยังเคารพนับถือในศาสนาพื้นเมืองของตนอยู่ และไม่เคยรู้จักศาสนาคริสต์มาก่อนเลยว่าเป็นเช่นไร จึงทําลายสิ่งอันเป็นที่เคารพบูชาของชาวคริสต์ลงไปเช่นนี้ ชาวอังกฤษจึงดูถูกดูแคลนว่าชาวไวกิงเป็นคนเถื่อนนอกศาสนา (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet