กลยุทธ์การรบอันชาญฉลาดของ ฮันนิบาล บาร์กา ชายผู้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วกรุงโรม

กลยุทธ์การรบอันชาญฉลาดของ ฮันนิบาล บาร์กา ชายผู้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วกรุงโรม

ก่อนที่ฮันนิบาลจะนําทัพข้ามเทือกเขาแอลป์สนั้น ทางฝ่ายโรมันได้ทราบข่าวการนําทัพเพื่อบุกอิตาลีนี้ล่วงหน้าแล้ว จึงได้มีการเตรียมระดมพลซึ่งประจําการอยู่ในย่านเมดิเตอร์เรเนียนเข้าไปดักรอทัพคาร์เธจเอาไว้ก่อนเช่นกัน โดย พับลิอุส คอร์เนลิอุส ซิปิโอ (Publius Cornelius Scipio) ซึ่งดํารงตําแหน่งคอนซูลในเวลานั้น ได้นํากองทัพเรือไปดักรอทัพฮันนิบาลที่เมืองเมสซิเลีย (Messilia) หรือ มาร์เซยล์ (Marseille) ประเทศฝรั่งเศสปัจจุบัน โดยให้ทัพส่วนหนึ่งไปรอที่ปากแม่น้ำโรห์น (Rhone) ตรงบริเวณเมืองอาร์ลส (Arles) ของฝรั่งเศสในปัจจุบัน โดยคาดไม่ถึงว่ากองทัพของฮันนิบาลจะใช้เส้นทางข้ามเทือกเขาแอลป์สอันแสนกันดาร

กลยุทธ์การรบอันชาญฉลาดของ ฮันนิบาล บาร์กา ชายผู้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วกรุงโรม

กลยุทธ์การรบอันชาญฉลาดของ ฮันนิบาล บาร์กา ชายผู้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วกรุงโรม

ถึงอย่างไรเสียก็ต้องใช้เส้นทางข้ามแม่น้ำโรห์นเพื่ออ้อมเทือกเขาแอลป์สที่ตรงบริเวณชายฝั่งทะเลทางด้านทิศตะวันตกของอ่าวเยนิว (Genoa) แต่ฝ่ายโรมันคาดผิด เพราะฮันนิบาลตัดสินใจข้ามเทือกเขาแอลป์สอย่างไม่มีใครเคยคิดมาก่อน กองทัพโรมันจึงไม่พบเห็นทัพคาร์เธจแต่อย่างใด โดยจุดที่ฮันนิบาลเลือกในการข้ามเทือกเขาแอลป์สนั้นอยู่บริเวณแม่น้ำโดรม (Drome) ซึ่งไหลลง มาจากเทือกเขาแอลป์ส หนึ่งในจํานวนแม่น้ำหลายสายที่ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโรห์น

การข้ามเทือกเขาแอลป์สเวลานั้นหากใช้เส้นทางซึ่งใช้เดินทางตามปกติแล้วจะต้องใช้เวลานานมาก เพราะต้องลัดเลาะไปตามไหล่เขาลูกแล้วลูกเล่าที่เป็นจุดปลอดภัย แต่ฮันนิบาลต้องการย่นระยะเวลามากที่สุด จึงเลือกเดินทางลัดที่ไม่เคยมีใครแผ้วถางทางเอาไว้ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงจะต้องมีการบุกเบิกเส้นทางใหม่ซึ่งคล้ายกับการตัดถนนเส้นใหม่ที่ต้องระเบิดหินระเบิดภูเขาเพื่อตัดข้ามไปให้ได้ ซึ่งฮันนิบาลก็สั่งให้ทหารระเบิดหินช่วงที่ขวางทางอยู่เช่นกัน ซึ่งวิธีการระเบิดหินที่ใช้ในสมัยโบราณช่วงที่ยังไม่มีใครรู้จักกับดินปืนหรือวัตถุระเบิดใดๆจะใช้วิธีเผาหินให้มีความร้อนจัดแล้วราด ด้วยน้ำเย็นลงไปที่หินเพื่อทําให้หินขยายตัวขึ้น หินก็จะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้สําหรับเจาะภูเขาให้เป็นอุโมงค์ในการทําเหมืองแร่ยุคสมัยโบราณนั่นเอง

เมื่อฝ่ายโรมันดึกกองทัพคาร์เธจผิดจุด พวกเขาเริ่มสับสนแต่ก็ยังคงไม่คิดว่าฮันนิบาลจะใช้เส้นทางข้ามเทือกเขาแอลป์ส พับลิอุส คอร์เนลอส ซิปิโอ จึงแบ่งกําลังออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งให้ จีนาอุส คอร์เนลิอุส ซิปิโอ (Gnaeus Cornelius Scipio) นําทัพบุกเข้าไปในไอบีเรียเพื่อฉวยโอกาสที่ฮันนิบาลออกจากไอบีเรียเข้าชิงเมืองซากันตุมคืนอีกส่วนหนึ่ง ซิปิโอได้นําทัพกลับไปตั้งรออยู่ที่ตอนเหนือของอิตาลีด้วยเชื่อว่าถึงอย่างไรกองทัพคาร์เธจก็ต้องปรากฏตัวขึ้น และในเวลาเดียวกันก็เข้าปราบปรามชาวกอลที่ยังแข็งขึ้นกับโรมันเพื่อไม่ให้ชาวกอลเข้ากับฝ่ายคาร์เธจมาตีตลบหลังโรมได้

แต่รออย่างไรก็ไม่เห็นวี่แววของกองทัพอาร์เธจ ฝ่ายโรมันจึงได้แต่ภาวนาให้กองทัพคาร์เธจไม่สามารถข้ามเขาได้สําเร็จเท่านั้น แต่ในที่สุดฮันนิบาลใช้เวลาเพียง 18 วันก็สามารถข้ามเทือกเขาแอลป์สได้สําเร็จ ซึ่งชาวโรมันก็เริ่มจับสัญญาณได้ว่ากองทัพคาร์เธจจะมุ่งหน้าไปในทิศใด พับลิอุส คอร์เนลิอุส ซิปิโอ จึงขึ้นไปดักรอตรงจุดที่คาดว่าฮันนิบาลต้องนําทัพผ่าน หากคิดที่จะบุกลงไปถึงโรม ซึ่งซิปิโอดักทางถูก จึงได้เผชิญหน้ากับกองทัพคาร์เธจจนเกิดการสู้รบกันขึ้นบริเวณแม่น้ำทิซินุส (Ticinus) หรือ ทิซิโน (Ticino) ในเขตแคว้นลอมบาดี (Lombady) ในปัจจุบัน

ที่สมรภูมินี้ฮันนิบาลใช้เพียงกองทหารม้าเท่านั้นก็สามารถมีชัยเหนือชาวโรมันเป็นการประเดิม และในสมรภูมินี้เช่นกันที่ พับลิอุส คอร์เนลิอุส ซิปิโอ แทบเอาชีวิตไม่รอดเนื่องจากพลัดตกหลังม้าในช่วงเวลาที่คับขันจึงถูกทหารฝ่ายคาร์เธจพุ่งเข้ารุมขย้ำ แต่บุตรชายของซิปิโอที่ร่วมทัพไปด้วยได้พุ่งตัวเข้าช่วยเหลือบิดา จึงสามารถรักษาชีวิตของเขาไว้ได้ ทัพโรมันจึงต้องล่าถอยกลับไป

หลังจากพ่ายแพ้ที่สมรภูมิ ทิซินุส พับลิอุส คอร์เนลิอุส ซิปิโอ ได้สั่งให้ทัพโรมันล่าถอยกลับไปตั้งระวังอยู่ตรงบริเวณแม่น้ำเทรบเบีย (Trebbia) หรือทรีเบีย (Trebia) ในปัจจุบัน โดยตัวของซิปิโอ เองก็ได้รับบาดเจ็บจากการรบที่ค่อนข้างหนักอีกด้วย และชัยชนะของคาร์เธจที่สมรภูมิทิซินุสก็ยัง ทําให้การเกณฑ์กําลังพลของฝ่ายพิวนิคทําได้ง่ายดายขึ้นอีกด้วย เพราะชาวกอลบริเวณตอนเหนือของอิตาลีต้องการขจัดอิทธิพลของชาวโรมันออกไปจากเขตแดนของตนอยู่แล้ว เมื่อเห็นชาวคาร์เธจมีชัยชนะเหนือชาวโรมันจึงหันมาเข้าร่วมกับกองทัพคาร์เธจกันเป็นจํานวนมาก

ส่วนทางฝ่ายโรมันนั้นเมื่อโรมรับรู้เรื่องความพ่ายแพ้ครั้งนั้นแล้ว จึงได้ส่ง ไทเบริอุส เซมโปรนิอุส ลองกุส (Tiberius Sempronius Longus) นําทัพไปสมทบกับกองทัพของซิปิโอที่แม่น้ำเทรบเบียทันที แต่เมื่อมาถึงก็ถูกทัพฮันนิบาลตีจนแตกไปทั้งทัพของซิปิโอและลองกุส และก็เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายคาร์เธจเป็นฝ่ายมีชัยเหนือชาวโรมัน ซึ่งฝ่ายโรมันก็ได้รับความสูญเสียอย่างหนักอีกเช่นกัน

ฮันนิบาล มีน้องชาย 2 คนที่มีบทบาทสําคัญในสงครามพิวนิคครั้งที่ 2 นี้ด้วย คือ ฮาสดรูบาล บาร์กา (Hasdrubal Barca) กับ มาโก บาร์กา (Mago Barca) ฮาสดรูบาลนั้นฮันนิบาลมอบให้คอยดูแลคาร์ธาโกโนวาที่ไอบีเรีย ในตอนที่กองทัพโรมันบุกชิงซากันตุมคืนนั้น ฮาสดรูบาลปกป้องอย่างเต็มที่จนพวกโรมันไม่สามารถยึดคืนได้สําเร็จ ส่วนมาโกก็ได้ติดตามฮันนิบาลเข้ามารบในแผ่นดินอิตาลีด้วย สําหรับชัยชนะที่สมรภูมิเทรบเบียของชาวคาร์เธจนั้น กลศึกที่ฮันนิบาลใช้ที่นี่ได้รับการกล่าวถึงในชั้นเชิงการวางแผนรบอย่างเหนือชั้นจนปัจจุบัน

โดยกล่าวกันว่าเมื่อกองทัพคาร์เธจมาถึงแม่น้ำเทรบเบียแล้วก็ตั้งค่ายอยู่คนละฝั่งแม่น้ำกับชาวโรมัน แต่ฮันนิบาลต้องการให้ชาวโรมันบุกเข้าโจมตีก่อนเพื่อเข้ามาติดกับที่วางไว้ จึงวางแผนล่อทหารโรมันให้เข้าตี โดยให้ทหารม้ากลุ่มหนึ่งบุกข้ามฝั่งไปก่อกวนค่ายโรมัน และยั่วยุทหารโรมันจนเกิดอารมณ์เสียแล้วจึงหนีกลับเข้าค่ายตนซึ่งก็ได้ผล ลองกุส แม่ทัพโรมันเกิดหัวเสียขึ้นจึงนําทัพออกไล่ตามทหารม้ากลุ่มนั้นมาติดๆโดยไม่ทันได้คิดว่านี่อาจเป็นแผน ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น

เมื่อทัพโรมันบุกข้ามแม่น้ำมาจนถึงฝั่งที่ทัพคาร์เธจตั้งค่ายอยู่ ฮันนิบาลซึ่งแอบซุ่มรอดูท่าที่อยู่ได้ปล่อยให้กองทัพโรมันบุกข้ามมาจนหมดแล้วจึงเข้าโจมตี โดยมีมาโกนําทหารม้าอีกกองหนึ่งชักม้าออกมาวิ่งล้อมทัพโรมันเอาไว้ ฝ่ายโรมันจึงตกอยู่กลางวงล้อมของคาร์เธจทั้งหมด และเกิดขวัญกระเจิงจึงสู้รบไปแบบสะเปะสะปะไร้กระบวนเพื่อให้หลุดออกจากวงล้อมไปให้ได้เท่านั้น ซึ่งพวกที่หนีได้บ้างก็ลงเรือ บ้างก็กระโจนลงแม่น้ำกระจัดกระจายไปคนละทิศ ขณะที่ฝ่ายคาร์เธจได้ที่ไล่ต้อนและไล่สังหารทหารโรมันที่กําลังหลบหนีอย่างเมามันจนล้มตายลงเป็นจํานวนมาก แม่น้ำเทรบเบียบริเวณนั้นจึงได้กลายเป็นสีเลือดแดงฉานไปหมด สมรภูมิแห่งนี้จึงนับเป็นสมรภูมินองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในสงครามพิวนิคครั้งนี้

ภายหลังจากพ่ายแพ้ที่สมรภูมิเทรบเบียแล้ว ซิปิโอ กับ ลองกุส ก็นําทัพกลับโรมในทันที เนื่องจากหมดวาระการดํารงตําแหน่งคอนซุล (ConSul) หรือตําแหน่งผู้บริหารบ้านเมืองและบัญชาการกองทัพตามระบบของชาวโรมันที่ทั้งสองดํารงตําแหน่งอยู่ ซึ่งต่อมาทางโรมก็เลือกคอนซุลใหม่ 2 คนคือ จีนีอุส เซอร์วิลิอุส เจมินุส (Gnaeus Servilius Geminus) และ ไกอุส ฟลามินุส เนโป (Gaius Flaminius Nepo) โดยได้ให้เนโปนําทัพขึ้นไปต้านการบุกของฮันนิบาลที่กําลังมุ่งลงมาจากทางเหนือใกล้จะถึงโรมเข้าไปทุกทีแล้ว

เมื่อล่วงเข้าถึงปี 147 ก่อนคริสต์ศักราช ฮันนิบาลก็นําทัพคาร์เธจข้ามแม่น้ำอาร์โน (Arno) ลงมาจนถึงบริเวณแคว้นทัสคานี (TusCony) ในปัจจุบันแล้ว ซึ่งตลอดเส้นทางจากแม่น้ำเทรบเบียมาจนถึงอาร์โนนี้ ฮันนิบาลได้ให้คนออกปลุกชาวพื้นเมืองให้มีความเกลียดชังชาวโรมันยิ่งขึ้น ซึ่งความเกลียดชังชาวโรมันของคนพื้นเมืองอิตาลีเวลานั้นมีมานานแล้ว ตั้งแต่ชาวโรมันเริ่มแผ่ขยายอํานาจและบุกเข้าฆ่าฟันพวกเขาอย่างป่าเถื่อน เพื่อปล้นเอาทรัพย์สินบ้าง โดยอ้างว่าจะนําไปสร้างกรุงโรมให้ยิ่งใหญ่ บ้างก็ฉุดคร่าหญิงสาวไปเป็นนางบําเรอหรือเป็นโสเภณีที่โรม ส่วนชายหนุ่มก็จะนําไปเป็นทหาร ไปเป็นทาส หรือเป็นนักต่อสู้ในเกมกีฬาฆ่าฟันกันที่เรียกว่ากลาดิเอเตอร์ (Gladiator)

เมื่อกองทัพคาร์เธจบุกมาเอาชนะชาวโรมันจนถึงถิ่นเช่นนี้ คนพื้นเมืองเหล่านั้นจึงต่างสรรเสริญฮันนิบาลว่าเป็นเทพแห่งสงคราม คนหนุ่มบางคนหรือแม้แต่หญิงสาวที่ห้าวหาญบางคนก็ขอร่วมทัพ ติดตามฮันนิบาลไปทุกที่ด้วย ทําให้กองทัพคาร์เธจยิ่งทวีจํานวนมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ส่วนทางด้านทัพโรมันนั้นนอกจาก ไกอุส ฟลามินุส เนโป จะเป็นผู้นําทัพขึ้นเหนือมาต้านกองทัพคาร์เธจเป็นทัพหน้าแล้ว จีนีอุส เซอร์วิลอส เจมินุส ยังยกทัพอีกทัพหนึ่งติดตามขึ้นมาเป็นทัพหลังคอยสนับสนุนอีกด้วย โดยเมื่อเนโปยกทัพมาถึงบริเวณเมืองอาร์ริติอุม (Arretium) หรือ อเรซโซ (Arezzo) ในปัจจุบัน ก็ให้ทหารตั้งค่ายที่นี่เพื่อที่จะดักรอ

แต่พอทัพคาร์เธจเดินทางมาถึง เนโปก็กลับไม่ได้นําทัพออกจากค่าย เนื่องจากทหารโรมันซึ่งส่วนใหญ่นั้นคือทหารที่ร่วมไปกับทัพของอดีตคอนซุลทั้งสองยังคงขวัญหนีจากความพ่ายแพ้ที่ยับเยินในสมรภูมิทั้งสองแห่งอยู่ แม้เนโปจะทําอย่างไร ทหารก็ไม่กล้าออกรบ จึงต้องรอทัพของเจมินุสขึ้นมาสมทบเพื่อให้มีกําลังมากขึ้นก่อน แต่ฮันนิบาลนั้นไม่รอ เมื่อทัพคาร์เธจยกมาถึงอาร์ริติอุม และ เห็นเนโปตั้งรอไม่ขยับเขยื้อนออกมา จึงพยายามก่อกวนทุกวิถีทางเพื่อให้ฝ่ายโรมันออกมารบให้ได้ แต่ไม่ว่าจะยั่วยุอย่างไรฝ่ายโรมันก็ไม่ยอมออกมารบอยู่ดี ฮันนิบาลจึงใช้วิธีสุดท้ายให้ทหารคาร์เธจออกไปปล่อยข่าวว่าทัพคาร์เธจจะบุกโรม ซึ่งเชื่อว่าลูกไม้นี้จะทําให้เนโปรีบนําทัพตามมาทันที

ฮันนิบาลนําทัพต่อมาจนถึงทะเลสาบแห่งหนึ่งมีชื่อว่า ทราสซิเมโน (Trasimeno) อยู่ในจังหวัด เปรูเกีย (Perugia) แคว้น อุมเบรีย (Umbria) ปัจจุบัน โดยคาดหมายว่าเนโปจะต้องนําทัพตามมาอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นเขาต้องถูกสภาลงโทษ เมื่อมาถึงจึงหาจุดที่เหมาะจะตั้งค่ายและคอยดัก โจมตีทัพโรมันเอาไว้ก่อน ชัยภูมิบริเวณนี้ล้อมรอบด้วยป่าเขา ฮันนิบาลจึงให้กองทัพตั้งค่ายอยู่ในจุดที่มีเหลี่ยมเขากําบังเพื่อไม่ให้ฝ่ายโรมันสามารถแลเห็นได้ แล้วฮันนิบาลก็พาทหารกองหนึ่งขึ้นไปรออยู่บนเนินเขาลูกหนึ่งที่สามารถแลเห็นทัพโรมันเดินเข้ามาได้อย่างถนัด โดยให้ทหารม้ากับทหารราบไปดักซุ่มอยู่ตรงบริเวณต้นไม้หนาทึบ

เมื่อวางกําลังเอาไว้ตามจุดต่างๆอย่างครบถ้วนแล้วจึงได้แต่รอให้ทัพโรมันเดินเข้าสู่กับดักเท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เมื่อเนโปนําทัพติดตามทัพคาร์เธจมาจนถึงทะเลสาบ และกําลังลัดเลาะมาตามขอบทะเลสาบโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากําลังเดินเข้าสู่กับดัก ทันทีที่ทหารโรมันเคลื่อนเข้าสู่ขอบทะเลสาบจนครบถ้วนแล้ว ฮันนิบาลจึงได้สั่งให้ทหารม้าเคลื่อนที่เร็วซึ่งรออยู่บริเวณท้ายแถวทหารของกองทัพโรมันบุกลงจากเนินเขาเข้าตีตลบท้ายก่อนเพื่อปิดทางหนี แล้วทหารที่ซุ่มอยู่แนวกลางทั้งทหารราบและทหารม้าจึงไถลตัวลงจากเนินอย่างรวดเร็ว บุกเข้าตีตลอดทั้งกอง ขณะที่ทัพใหญ่ของคาร์เธจซึ่งซ่อนตัวอยู่ก็บุกเข้ามาดักทางข้างหน้าไว้ กองทัพโรมันจึงถูกตรึงอยู่กับที่ไม่มีทางจะหนีไปไหนได้เพราะอีกด้านนั้นก็คือทะเลสาบ

กองทัพโรมันตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองอย่างมากแต่ก็จําต้องสู้ ส่วนฝ่ายคาร์เธจก็ปิดประตูตีแมวฆ่าฟันทหารโรมันได้ตามใจชอบ แม้แต่ตัวแม่ทัพเนโปเองก็ยังเอาชีวิตไม่รอด ดูคาริอุส (Ducarius) ซึ่งเป็นแม่ทัพชาวกอลที่นําทหารกอลเข้าร่วมรบอยู่ในฝ่ายคาร์เธจด้วยและมีความเกลียดชังพวกโรมันมากได้หมายตาแม่ทัพผู้นี้ไว้ เขาชักม้าตรงเข้าหาเนโปทันที พอถึงตัวจึงกระโดดลงจากหลังม้าแล้วเข้ากระชากม้าของเนโปอย่างแรงจนตกจากหลังม้า จากนั้นดูคาริอุสก็ใช้ดาบจ้วงแทงเนโปจนเสียชีวิตลงที่ริมทะเลสาบทราสซิเมโนนี้เอง ส่วนทหารโรมันคนอื่นๆนั้นเมื่อแม่ทัพเสียชีวิตแล้วต่างก็พยายามหนีเอาตัวรอดอย่างกระจัดกระจาย แต่ก็ไม่มีทางหนีไปไหนได้จึงต้องกระโจนลงในทะเลสาบอันเย็นยะเยือกซึ่งบ้างก็จมน้ำ บ้างก็ถูกทหารคาร์เธจตามไปสังหาร สมรภูมิที่ทะเลสาบทราสซิเมโนครั้งนี้จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่โรมันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และต้องสูญเสียจํานวนทหารลงไปอย่างมหาศาลเช่นกัน (คลิก ที่นี่ เพื่ออ่านต่อ)

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet