การสมคบคิดครั้งใหญ่เพื่อล้มล้างอำนาจของตระกูลวูดวิลล์

Princes of the Tower

เอ็ดเวิร์ด ที่ 4 กลับคืนสู่บัลลังก์กษัตริย์อีกครั้งในเดือนเมษายน ค.ศ. 471 หลังจากบุกเข้าลอนดอนได้สําเร็จ ความสงบสุขจึงกลับคืนมาอีกครั้ง แต่ก็เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง ภายหลังสงครามสงบลง กลุ่มที่สนับสนุนฝ่ายยอร์คก็ได้รับการปูนบําเหน็จกันถ้วนหน้า ตรงข้ามกับฝ่ายแลงคาสเตอร์ที่ถูกริบทรัพย์สมบัติริบที่ดินกันถ้วนทั่วด้วยเช่นกัน Continue reading การสมคบคิดครั้งใหญ่เพื่อล้มล้างอำนาจของตระกูลวูดวิลล์

สมรภูมิรบที่เมืองนอร์แธมตันและเมืองเวคฟิลด์

สมรภูมิรบที่เมืองนอร์แธมตันและเมืองเวคฟิลด์

สงครามยกแรกนี้ฝ่ายยอร์คเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะโดยที่ ดยุก แห่ง ซอมเมอร์เซต ต้องจบชีวิตลงระหว่างการรบครั้งนี้ด้วย ส่วนเฮนรีที่ 6 นั้นหลบหนีไปได้ แต่ในที่สุดก็ถูกคนฝ่าย ริชาร์ด แห่ง ยอร์ค จับกุมแล้วนํากลับไปที่วัง ซึ่งเวลานั้นฝ่ายยอร์คยังคงไม่คิดยึดอํานาจ จึงบีบให้มอบอํานาจควบคุมทหารทั้งหมดให้เฮนรีที่ 6 ไม่มี ทางเลือกต้องยินยอมตามที่ขอ การได้รับอํานาจเช่นนี้ก็เท่ากับ ริชาร์ด แห่ง ยอร์ค คือผู้อยู่เหนือบัลลังก์เฮนรีที่ 6 คนใหม่แล้ว Continue reading สมรภูมิรบที่เมืองนอร์แธมตันและเมืองเวคฟิลด์

อสรพิษและอินทรีโลหิต ชนวนสงครามนองเลือดระหว่างอังกฤษและชาวไวกิง

อสรพิษและอินทรีโลหิต ชนวนสงครามนองเลือดระหว่างชาวอังกฤษและไวกิง

ตอนที่ แรกนาร์ โลดบลอค นําทัพบุกอังกฤษทั้งสองครั้งนี้ตรงกับยุคสมัยของกษัตริย์เอลลา (Aella) แห่งนอร์ธัมเบรีย และกษัตริย์เอกเบิร์ต (Ecgberht) แห่งเวสเสกซ์ กษัตริย์เอลลานั้นไม่ยอมให้อภัยชาวไวกิงที่บุกทําลายอารามบนเกาะดินดิสฟาร์น แม้ว่าจะพ่ายแพ้สงครามให้แก่ชาวไวกิงจนต้องทําสนธิสัญญาสงบศึกกัน แต่สําหรับกษัตริย์เอกเบิร์ตนั้นกลับยอมทําสนธิสัญญาเป็นไมตรีกับแรกนาร์ เพราะไม่ต้องการจะทําสงครามต่อไปหลังจากพ่ายแพ้ให้แก่ชาวไวกิงเช่นกัน Continue reading อสรพิษและอินทรีโลหิต ชนวนสงครามนองเลือดระหว่างอังกฤษและชาวไวกิง

จุดสิ้นสุดสงครามรีคอนควิสตา และจุดเริ่มต้นของอาณาจักรสเปน

จุดสิ้นสุดสงครามรีคอนควิสตา และจุดเริ่มต้นของอาณาจักรสเปน

เมื่อ เอล ซิด เสียชีวิตลงแล้ว เฮมินา ภริยาคู่ทุกข์คู่ยากของเขาต้องขึ้นมารับหน้าที่ดูแลวาเลนเซียต่อไปเพื่อสร้างขวัญและกําลังใจให้แก่เหล่าทหาร และการรบก็ยังคงดําเนินต่อไป แต่เรื่องการเสียชีวิตของ เอล ซิด นี้ ยังไม่มีใครทราบ และเพื่อเป็นการปกปิดเรื่องนี้ไม่ให้ศัตรูทราบอันจะทําให้ ศัตรูเกิดความฮึกเหิมขึ้นมาได้ เฮมินาจึงสั่งให้ทุกคนที่อยู่กับ เอล ซิด ขณะเสียชีวิตปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

ซึ่งฝ่าย อิบิน ยูซุฟ นั้นก็ต่อสู้อย่างแข็งขัน โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอยหากไม่ได้วาเลนเซียคืน และถ้าหากยังคงปล่อยให้ เอล ซิด หายไปจากสนามรบเนิ่นนานไปกว่านี้ศัตรูก็อาจสงสัยได้ เวลานั้นจึงมีผู้เสนอความคิดว่าควรใช้ร่างที่ไร้วิญญาณของ เอล ซิด ออกไปปลุกขวัญทหาร และเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้แก่ศัตรูต่อไป ซึ่งทุกคนไม่มีทางเลือกอื่น แม้กระทั่งเฮมินาเอง Continue reading จุดสิ้นสุดสงครามรีคอนควิสตา และจุดเริ่มต้นของอาณาจักรสเปน

ศึกชิงเมืองวาเลนเซีย ยุทธศาสตร์สำคัญของ อิบิน ยูซุฟ

ศึกชิงเมืองวาเลนเซีย ยุทธศาสตร์สำคัญของ อิบิน ยูซุฟ

ในประวัติศาสตร์บางแห่งได้กล่าวถึงเหตุการณ์ตอนนี้ว่าเมื่อกษัตริย์อัลฟองโซเรียกตัว เอล ซิด กลับมานั้น เขายินยอมกลับมาช่วยแต่โดยดี แต่บางแห่งกล่าวแตกต่างกันออกไปว่า เอล ซิด กลับมาที่คาสตีลเพื่อตกลงกับอัลฟองโซก่อน แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ เอล ซิด จึงกลับซาราโกซาโดย ไม่คิดจะกลับมาช่วยอัลฟองโซอีก แต่ต่อมาภายหลังเมื่อเขาทราบข่าวการโจมตีหมู่บ้านของชาวคริสต์และฆ่าฟันชาวบ้านอย่างโหดเหี้ยมโดยฝีมือของชาวมุสลิมตามคําสั่งของ อิบิน ยูซุฟ ที่ไม่เว้นแม้แต่คนเฒ่าคนแก่หรือผู้หญิงและเด็ก ทําให้ เอล ซิด ต้องตัดสินใจนํากําลังพลของเขาเองออกมาเปิดศึกกับกองทัพมุสลิมของ อิบิน ยูซุฟ ในปี ค.ศ. 1087 Continue reading ศึกชิงเมืองวาเลนเซีย ยุทธศาสตร์สำคัญของ อิบิน ยูซุฟ

เหตุการณ์เนรเทศ เอล ซิด และการรุกรานของชาวมุสลิมภายใต้การนำของ อิบิน ยุซุฟ

เหตุการณ์เนรเทศ เอล ซิด และการรุกรานของชาวมุสลิมภายใต้การนำของ อิบิน ยุซุฟ

สําหรับเหตุการณ์ในช่วงที่ เอล ซิด บีบบังคับกษัตริย์อัลฟองโซให้สาบานตนระหว่างพิธีราชาภิเษกนั้นมีบันทึกเอาไว้ต่างกันไปอีกด้วยเช่นกัน ในบางแห่งกล่าวว่า เอล ซิด ขอให้อัลฟองโซยอมสาบานตนต่อหน้าเหล่าขุนนางเป็นการลับที่ทราบกันเพียงภายในเท่านั้น และ เอล ซิด ก็ยังคงรับใช้อยู่ภายใต้บัลลังก์ของกษัตริย์อัลฟองโซต่อไปตามปกติ ไม่ได้ถูกสั่งเนรเทศแต่อย่างใด และ อัลฟองโซ ก็ยังเป็นผู้ที่ทาบทาม ฮิเมนา (Uimena) ซึ่งเป็นญาติของพระองค์ให้สมรสกับ เอล ซิด อีกด้วย ไม่ได้มีการหยามพระเกียรติต่อหน้าประชาชนกลางพิธีราชาภิเษกแต่อย่างใด Continue reading เหตุการณ์เนรเทศ เอล ซิด และการรุกรานของชาวมุสลิมภายใต้การนำของ อิบิน ยุซุฟ

สมรภูมิรบที่เมือง Cannae การสู้รบครั้งใหญ่ที่สุดในสงครามพิวนิคครั้งที่ 2

สมรภูมิรบที่เมือง Cannae การสู้รบครั้งใหญ่ที่สุดในสงครามพิวนิคครั้งที่ 2

ความพ่ายแพ้ของฝ่ายโรมันครั้งแล้วครั้งเล่าโดยเฉพาะความสูญเสียที่ทะเลสาบทราสซิเมโนนั้นยิ่งทําให้ชาวโรมันเกิดความตื่นตะหนกกันไปทั่ว เนื่องจากทะเลสาบแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากโรมนัก แสดงว่ากองทัพคาร์เธจใกล้เข้าถึงกรุงโรมทุกที่แล้ว เมื่อมาถึงจุดนี้ทางสภาโรมจึงประกาศภาวะฉุกเฉิน แล้วเลือก ควินตุส ฟาบิอุส แมกซิมุส (Quintus Fabius Maximus) ขึ้นมารับตําแหน่งดิกเตเตอร์ (Dictator) ที่เป็นตําแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดถืออํานาจเบ็ดเสร็จสามารถควบคุมทุกๆหน่วยงานได้ เป็นตําแหน่งเฉพาะกาลซึ่งไม่มีวาระการดํารงตําแหน่ง จะถูกนํามาใช้เฉพาะในยามที่เกิดวิกฤติหรือ เมื่อโรมตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินอันส่อเค้าอันตรายถึงที่สุดเท่านั้น Continue reading สมรภูมิรบที่เมือง Cannae การสู้รบครั้งใหญ่ที่สุดในสงครามพิวนิคครั้งที่ 2

กลยุทธ์การรบอันชาญฉลาดของ ฮันนิบาล บาร์กา ชายผู้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วกรุงโรม

กลยุทธ์การรบอันชาญฉลาดของ ฮันนิบาล บาร์กา ชายผู้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วกรุงโรม

ก่อนที่ฮันนิบาลจะนําทัพข้ามเทือกเขาแอลป์สนั้น ทางฝ่ายโรมันได้ทราบข่าวการนําทัพเพื่อบุกอิตาลีนี้ล่วงหน้าแล้ว จึงได้มีการเตรียมระดมพลซึ่งประจําการอยู่ในย่านเมดิเตอร์เรเนียนเข้าไปดักรอทัพคาร์เธจเอาไว้ก่อนเช่นกัน โดย พับลิอุส คอร์เนลิอุส ซิปิโอ (Publius Cornelius Scipio) ซึ่งดํารงตําแหน่งคอนซูลในเวลานั้น ได้นํากองทัพเรือไปดักรอทัพฮันนิบาลที่เมืองเมสซิเลีย (Messilia) หรือ มาร์เซยล์ (Marseille) ประเทศฝรั่งเศสปัจจุบัน โดยให้ทัพส่วนหนึ่งไปรอที่ปากแม่น้ำโรห์น (Rhone) ตรงบริเวณเมืองอาร์ลส (Arles) ของฝรั่งเศสในปัจจุบัน โดยคาดไม่ถึงว่ากองทัพของฮันนิบาลจะใช้เส้นทางข้ามเทือกเขาแอลป์สอันแสนกันดาร Continue reading กลยุทธ์การรบอันชาญฉลาดของ ฮันนิบาล บาร์กา ชายผู้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วกรุงโรม

ด้วยแรงศรัทธาอละความกล้าหาญ: โจน ออฟ อาร์ค สาวน้อยผู้นำชัยชนะมาให้แก่ฝรั่งเศส

ชัยชนะของฝ่ายฝรั่งเศสที่ออเลอองส์ของ โจน ออฟ อาร์ค

การทําสัญญาสงบศึกในสมัยของ ชาร์ลส ที่ 6 ตั้งแต่ครั้งนั้นจึงถือว่าฝรั่งเศสยอมมอบบัลลังก์กษัตริย์ให้แก่อังกฤษไปโดยปริยาย แต่ภายหลังจึงเป็นที่เข้าใจกันว่าเหตุใด ชาร์ลส ที่ 6 ถึงได้ยินยอมลงนามในสัญญาที่ไม่เป็นธรรมฉบับนั้น ก็สืบเนื่องมาจากความวิปลาสของพระองค์ที่เริ่มมีอาการทางประสาทมาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มแล้วนั่นเอง ซึ่งก็ทําให้พระองค์ได้รับฉายาว่า “กษัตริย์วิปลาส (Mad King)” โดยที่ประชาชนเป็นผู้ตั้งให้ Continue reading ด้วยแรงศรัทธาอละความกล้าหาญ: โจน ออฟ อาร์ค สาวน้อยผู้นำชัยชนะมาให้แก่ฝรั่งเศส

ตำนานนักรบชาวสปาร์ตา 300 คน ที่ต่อสู้เพื่อต้านมหากองทัพแห่งเปอร์เซีย

ตำนานนักรบชาวสปาร์ตา 300 คน ที่ต่อสู้เพื่อต้านมหากองทัพแห่งเปอร์เซีย

กองทัพเปอร์เซียของกษัตริย์เซอร์ซิสที่ 1 นั้น แม้จะสามารถตีเมืองของชาวกรีกตามรายทางมาได้เรื่อยๆจนกระทั่งบุกลงมาถึงตอนกลางของคาบสมุทรกรีกได้สําเร็จก็ตาม แต่หนทางไปสู่เอเธนส์นั้นจะต้องผ่านช่องเขาแห่งหนึ่ง คือ ช่องเขาเธอร์โมไพลี (Thermopylae) ซึ่งเป็นช่องทางเดียวเท่านั้นสําหรับการเดินทัพทางบกที่สามารถจะเข้าถึงเอเธนส์ได้ ช่องเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆกับทะเล มีลักษณะเป็นช่องเขาแคบๆผ่านได้ทีละไม่มาก ทัพที่เดินทางมาทางบกไม่สามารถอ้อมภูเขาไปได้ เนื่องจากเป็นหน้าผาสูงชัน จึงต้องผ่านช่องเขานี้เพียงทางเดียวเท่านั้น Continue reading ตำนานนักรบชาวสปาร์ตา 300 คน ที่ต่อสู้เพื่อต้านมหากองทัพแห่งเปอร์เซีย

สถาปนาราชวงศ์ทิวดอร์ จุดสิ้นสุดของสงครามดอกกุหลาบ

 

สถาปนาราชวงศ์ทิวดอร์ จุดสิ้นสุดของสงครามดอกกุหลาบ

เมื่อ เฮนรี สแตฟฟอร์ด ดยุก แห่งบัคกิงแฮม มีข้อตกลงกับทางฝ่ายแลงคาสเตอร์เพื่อจะเปลี่ยนตัวกษัตริย์เป็นที่เรียบร้อย จึงออกรวบรวมฝ่ายที่มีความคิดเห็นเช่นเดียวกันและเริ่มแผนการถอดถอน ริชาร์ดที่ 3 ลงจากบัลลังก์ กลุ่มที่ยอมร่วมด้วยนั้นส่วนใหญ่เป็นขุนนางที่มีฐานอิทธิพลอยู่ทางภาคใต้ แต่พอมีการนัดหมายที่จะนํากองทัพเข้ามากดดันริชาร์ดที่ 3 ก็เริ่มเกิดความสับสนกันทางการสื่อสารระหว่างกลุ่มต่างๆซึ่งอยู่กันคนละทิศละทาง และยังมีภัยธรรมชาติที่ไม่เข้าข้างอีก Continue reading สถาปนาราชวงศ์ทิวดอร์ จุดสิ้นสุดของสงครามดอกกุหลาบ

ตระกูลแลงคาสเตอร์หวนคืนบัลลังก์ นำไปสู่ศึกครั้งใหญ่ที่สมรภูมิรบบาร์เนต

ในปี ค.ศ. 1468 ริชาร์ด เนวิลล์ จึงได้เริ่มรวบรวมฝ่ายที่ไม่พอใจในอิทธิพลของตระกูลวูดวิลล์ และพวกที่ไม่พอใจการใช้อํานาจของเอ็ดเวิร์ดที่ 4 ซึ่งช่วงเวลานั้นความนิยมกษัตริย์ในหมู่พ่อค้าประชาชนได้เริ่มตกต่ำลงอย่างมากเช่นกัน สืบเนื่องจากการเร่งหาเงินเข้าท้องพระคลังเพื่อไปใช้จ่ายกับการสงคราม ได้มีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเป็นการใหญ่จนเริ่มสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะเหล่าพ่อค้าซึ่งถูกเรียกเก็บภาษีหนักกว่าใคร Continue reading ตระกูลแลงคาสเตอร์หวนคืนบัลลังก์ นำไปสู่ศึกครั้งใหญ่ที่สมรภูมิรบบาร์เนต

สมรภูมิรบ ณ หมู่บ้านทาวตัน การปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุดในสงครามดอกกุหลาบ

สมรภูมิรบ ณ หมู่บ้านทาวตัน การปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุดในสงครามดอกกุหลาบ

การปะทะกันครั้งใหม่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งชื่อทาวตัน (Towton) ในยอร์คเชียร์ สมรภูมิครั้งนี้นับเป็นการปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุดในสงครามดอกกุหลาบ โดยมีการโถมกําลังทั้งสองฝ่ายเพื่อรบกันให้แตกหัก ซึ่งประมาณกันว่ามีการโถมกําลังทหารทั้งสองฝ่ายรวมกันประมาณ 8 ถึง 9 หมื่นนาย และมีการสูญเสียชีวิตลงไปเกือบครึ่งหนึ่ง เมื่อการสู้รบยุติลงฝ่ายยอร์คก็เป็นฝ่ายมีชัย ส่วนฝ่ายแลงคาสเตอร์ต้องหนีกลับไปทางตอนเหนือแล้วข้ามเข้าสู่สกอตแลนด์อีกครั้ง

ทั้งเฮนรีที่ 6 มาร์กาเรต แห่ง อังจู และ เอ็ดเวิร์ด แห่ง เวสต์มินเตอร์ (Edward of Westminster) รัชทายาท ได้รับการต้อนรับสู่ราชสํานักของเจมส์ที่ 3 แห่งสกอตแลนด์ (James II of Scotland) กษัตริย์สกอต และพํานักอยู่ที่นั่นอย่างปลอดภัย Continue reading สมรภูมิรบ ณ หมู่บ้านทาวตัน การปะทะกันครั้งรุนแรงที่สุดในสงครามดอกกุหลาบ

สงครามดอกกุหลาบ ศึกชิงบัลลังก์อังกฤษระหว่างตระกูลยอร์คและแลงคาสเตอร์

สงครามดอกกุหลาบ (Wars of the Roses) ศึกชิงบัลลังก์อังกฤษ

สงครามดอกกุหลาบ (Wars of the Roses) คือสงครามระหว่างผู้สืบสายตระกูลแพลนตาจีเนต (House of Plantagenet) 2 ตระกูลที่ยื้อแย่งบัลลังก์อังกฤษคือ ตระกูลแลงคาสเตอร์ (House of Lancaster) กับตระกูลยอร์ค (House of York) สงครามครั้งนั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1455 จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1487 ชื่อของ “สงครามดอกกุหลาบ” นี้สืบเนื่องมาจากสัญลักษณ์ประจําตระกูลของทั้ง 2 ตระกูลนี้ล้วนแต่ใช้สัญลักษณ์เป็นรูปดอกกุหลาบด้วยกันทั้ง 2 ตระกูล แต่ใช้กันคนละสี โดยสัญลักษณ์ตระกูลแลงคาสเตอร์จะใช้เป็นรูปดอกกุหลาบสีแดง ส่วนตระกูลยอร์คนั้นจะใช้ สัญลักษณ์เป็นรูปดอกกุหลาบสีขาว Continue reading สงครามดอกกุหลาบ ศึกชิงบัลลังก์อังกฤษระหว่างตระกูลยอร์คและแลงคาสเตอร์

แรกนาร์ โลดบลอก (Ragnar Lodbrok) ชาวไวกิงส์คนแรกที่บุกเกาะอังกฤษ

ตำนาน แรกนาร์ โลดบลอก (Ragnar Lodbrok) ชาวไวกิงส์ผู้ยิ่งใหญ่ ตอนที่ 1

ชาวไวกิงส์ (Vikings) คือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในแถบสแกนดิเนเวีย (Scandinavia) ทางตอนเหนือของยุโรป หรือบริเวณที่ตั้งของ 3 ประเทศในปัจจุบัน คือ สวีเดน เดนมาร์ก และนอร์เวย์ คนกลุ่มนี้สืบเผ่าพันธุ์มาจากชนเชื้อสายเยอรมันที่ถือเป็นต้นธารของเชื้อสายต่างๆมากมายในยุโรป คําว่า “ไวกิง (Viking)” จะมีที่มาอย่างไรนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่อย่างกว้างขวาง

มีทฤษฎีมากมายที่เชื่อว่าเป็นที่มาของคําว่า ไวกิง เช่น เชื่อว่ามาจากชื่อชุมชนโบราณแห่งหนึ่งในนอร์เวย์ คือ ไวเคน (Viken) ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ในยุคที่ไวกิงรุ่งเรือง แต่บ้างก็ว่ามาจากคําว่า ไวแคน (Wikan) ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันเก่า หมายถึงท่วงท่าในการพายเรือโยกไปแล้วโยกกลับ Continue reading แรกนาร์ โลดบลอก (Ragnar Lodbrok) ชาวไวกิงส์คนแรกที่บุกเกาะอังกฤษ